JAPAN ONSEN COLLECTION

เมื่อใจคลายผ่อน,

ช่วงเวลาชั้นเลิศ

การเดินทางสู่น้ำพุร้อนและซาวน่า 52 แห่งJAPAN ONSEN & SAUNA GUIDE

ออนเซ็นและซาวน่าระดับสูงสุดของญี่ปุ่น

52 Extraordinary Destinations

52

ผู้ดูแลที่เดินทางไปเยี่ยมสถานที่กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ คัดสรร 52 แห่งที่แนะนำจากใจจริง คู่มือเดียวในโลกที่ทำให้คุณเข้าใจเสน่ห์ของออนเซ็น·ซาวน่า รวมถึงวัฒนธรรมและมารยาทอย่างลึกซึ้ง

อ่านตัวอย่างฟรี
◆
JAPAN ONSEN COLLECTION
JAPAN ONSEN COLLECTIONออนเซ็นและซาวน่าระดับสูงสุดของญี่ปุ่น
การเดินทางสู่น้ำพุร้อนและซาวน่า 52 แห่งJAPAN ONSEN & SAUNA GUIDE

ออนเซ็นและซาวน่าระดับสูงสุดของญี่ปุ่น

52 Extraordinary Destinations

ผู้ดูแลที่เดินทางไปเยี่ยมสถานที่กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ คัดสรร 52 แห่งที่แนะนำจากใจจริง คู่มือเดียวในโลกที่ทำให้คุณเข้าใจเสน่ห์ของออนเซ็น·ซาวน่า รวมถึงวัฒนธรรมและมารยาทอย่างลึกซึ้ง

300+Facilities
Visited
อ่านตัวอย่างฟรีJAPAN ONSEN & SAUNA GUIDE
บ่อน้ำร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น

คู่มือครบถ้วนบ่อน้ำพุร้อนเบปปุ: 8 ย่าน, นรกเบปปุ, ไอนรก

สำรวจบ่อน้ำพุร้อนเบปปุในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ เมืองออนเซ็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ทั้งจำนวนแหล่งน้ำและปริมาณน้ำพุร้อน รวบรวมย่านเด่นของ Beppu Hattou, jigoku meguri, jigoku mushi, mushiyu, ชนิดน้ำพุร้อน และการเดินทางจากสถานี JR Beppu ด้วยข้อมูลทางการ

วันที่เผยแพร่: 14/01/2569

บ่อน้ำร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น

คู่มือครบถ้วนบ่อน้ำพุร้อนเบปปุ: 8 ย่าน, นรกเบปปุ, ไอนรก

สำรวจบ่อน้ำพุร้อนเบปปุในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ เมืองออนเซ็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ทั้งจำนวนแหล่งน้ำและปริมาณน้ำพุร้อน รวบรวมย่านเด่นของ Beppu Hattou, jigoku meguri, jigoku mushi, mushiyu, ชนิดน้ำพุร้อน และการเดินทางจากสถานี JR Beppu ด้วยข้อมูลทางการ

วันที่เผยแพร่: 14/01/2569

  1. หน้าแรก
  2. >คู่มือ TOP
  3. >บ่อน้ำร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น
  4. >คู่มือครบถ้วนบ่อน้ำพุร้อนเบปปุ: 8 ย่าน, นรกเบปปุ, ไอนรก

สารบัญ

  1. 1ทำไมเบปปุจึงถูกเรียกว่า “เมืองออนเซ็น”
  2. 2แนวคิด Beppu Hattou คืออะไร
  3. 3jigoku meguri คืออะไร
  4. 4Kannawa, Myoban, ใจกลางเมือง — ความต่างของวัฒนธรรมไอน้ำและชนิดน้ำพุร้อน
  5. 5ควรพักค้างคืนหรือเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับดี
  6. 6การเดินทางและวิธีเที่ยวรอบเมือง
  7. 7ข้อควรระวังในการแช่และการเที่ยวชม
  8. 8คำถามที่พบบ่อย
  9. 9สรุป
  10. 10แหล่งข้อมูล

บ่อน้ำพุร้อนเบปปุคือแหล่งออนเซ็นที่แผ่กว้างอยู่ในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ และเป็นเมืองออนเซ็นขนาดใหญ่ระดับประเทศที่มีทั้งจำนวนแหล่งน้ำพุร้อนและปริมาณน้ำพุร้อนซึ่งมักถูกจัดว่าเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น จุดเด่นที่ต่างจากแหล่งออนเซ็นชื่อดังอื่นอย่างชัดเจนคือ ที่นี่ไม่ใช่บ่อน้ำพุร้อนแห่งเดียว แต่เป็น “ทั้งเมืองคือแหล่งออนเซ็น” เพราะมีย่านออนเซ็นหลายโซนที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันกระจายอยู่ทั่วเมือง เมื่อเดินในตัวเมืองจะเห็นไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจากหลายจุด และมีวัฒนธรรมที่ต่อยอดจากออนเซ็นมากกว่าการแช่น้ำ เช่น การเที่ยวชม jigoku meguri และการนึ่งวัตถุดิบด้วยไอน้ำร้อนแบบ jigoku mushi

สรุปสั้น ๆ ได้ว่า เบปปุไม่ใช่แหล่งออนเซ็นที่เหมาะกับการพักผ่อนเงียบ ๆ ในโรงแรมแห่งเดียว แต่เป็น “เมืองออนเซ็น” ที่ควรเริ่มจากการเลือกก่อนว่าจะไปย่านไหน เมืองนี้กว้างและมีทั้งชนิดน้ำพุร้อนกับบรรยากาศที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ หากพยายามเที่ยวทุกอย่างในครั้งเดียวจะเสียเวลาไปกับการเดินทางมาก บทความนี้จึงสรุปภาพรวมของเมืองเบปปุ ทั้งแนวคิดเรื่อง Beppu Hattou, jigoku meguri, jigoku mushi, ชนิดน้ำพุร้อน, การเลือกพักค้างหรือไปเช้าเย็นกลับ และการเดินทาง โดยจะไม่ลงลึกในวัฒนธรรมการแช่เฉพาะแบบอย่าง mushiyu หรือบ่อน้ำกำมะถัน เพราะมีบทความเฉพาะแยกไว้แล้ว

บทความนี้เป็นข้อมูลท่องเที่ยวและออนเซ็นทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ปริมาณแหล่งน้ำพุร้อน อัตราการไหล ค่าใช้จ่าย ตารางเดินรถ ค่าเข้าชม jigoku และสภาพของสถานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลทางการก่อนเดินทาง และไม่มีเจตนายืนยันผลด้านสุขภาพใด ๆ

ทำไมเบปปุจึงถูกเรียกว่า “เมืองออนเซ็น”

จุดเด่นที่สุดของเบปปุคือขนาดและความหนาแน่น ภายในเมืองมีแหล่งน้ำพุร้อนจำนวนมากกระจายอยู่ และมักมีการกล่าวกันว่ามีมากกว่า 2,200 แหล่ง พร้อมทั้งมีปริมาณน้ำพุร้อนมากที่สุดของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจต่างกันตามวิธีนับและช่วงเวลา จึงควรใช้เป็นเพียงค่าประมาณ และตรวจสอบตัวเลขล่าสุดจากเมืองเบปปุหรือสมาคมการท่องเที่ยวแบบทางการ สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลขอย่างเดียว แต่คือความจริงที่ว่าออนเซ็นแทรกตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของคนในเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ ภายในเมืองมีทั้งอาบน้ำรวมสำหรับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงอาบน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ไปจนถึงโรงอาบน้ำชุมชนแบบเก่า

เพราะขนาดของเมืองที่กว้างเช่นนี้ เบปปุจึงเป็นออนเซ็นที่ต้องคิดแบบ “จะไปโซนไหน” มากกว่าการเดินเที่ยวในตรอกออนเซ็นแคบ ๆ หากมองด้วยภาพของหมู่บ้านออนเซ็นเงียบ ๆ บนภูเขา อาจประหลาดใจกับความคึกคักและระยะทางภายในเมือง วิธีที่ทำให้คุ้มค่าคือมองเบปปุเป็นเมืองออนเซ็นเมืองหนึ่ง แล้วเลือกจากประสบการณ์ที่อยากได้ก่อน เช่น วิวทิวทัศน์ วัฒนธรรมไอน้ำ หรือชนิดน้ำพุร้อน อีกทั้งเมื่อเทียบกับ Yufuin Onsen ในจังหวัดโออิตะเดียวกันที่มีบรรยากาศสงบกว่า ความเป็นเมืองของเบปปุจะยิ่งเห็นชัด

แนวคิด Beppu Hattou คืออะไร

สิ่งที่ต้องรู้เพื่อเข้าใจเบปปุคือคำว่า Beppu Hattou ซึ่งหมายถึงแปดย่านออนเซ็นหลักที่กระจายอยู่ทั่วเมือง ได้แก่ Hamawaki, Beppu, Kankaiji, Horita, Myoban, Kannawa, Shibaseki และ Kamegawa แต่ละย่านมีทำเล บรรยากาศ และแนวโน้มของชนิดน้ำพุร้อนต่างกัน การรู้จัก Beppu Hattou จะช่วยให้คุณไม่มองเบปปุเป็นออนเซ็นเดียว แต่เลือกย่านที่ตรงกับจุดประสงค์ของตัวเองได้

ถ้าตั้งใจจะเก็บครบทั้งแปดย่านในการมาเที่ยวครั้งแรก มักจะหมดเวลาไปกับการเดินทางเสียมากกว่า ในทางปฏิบัติ ควรเริ่มจาก Kannawa ที่มีไอน้ำและวัฒนธรรมการนึ่ง, Myoban ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำขาวขุ่นและกลิ่นกำมะถัน, และย่านใจกลางเบปปุที่ใช้เป็นฐานเดินทางได้สะดวก ด้านล่างคือสรุปแบบย่อของแปดย่าน โปรดใช้เป็นแนวทางคร่าว ๆ เพราะแม้อยู่ในย่านเดียวกัน ชนิดน้ำพุร้อนก็อาจต่างกันตามแหล่งน้ำและสถานที่

ย่าน (Beppu Hattou)บรรยากาศและจุดเด่นตัวอย่างแนวโน้มชนิดน้ำพุร้อน
Hamawakiโซนริมทะเลที่เชื่อกันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของเบปปุ บรรยากาศเมืองสงบมักเป็นประเภท chloride spring และ simple spring
Beppu (ใจกลางเมือง)ย่านการค้ารอบสถานีเบปปุ มีโรงอาบน้ำสาธารณะและ Takegawara Onsen เหมาะเป็นฐานเดินทางหลากหลาย เช่น simple spring และ chloride spring
Kankaijiโซนบนที่สูง มองเห็นอ่าวเบปปุได้ดี มีโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่งมักเป็นประเภท simple spring และ chloride spring
Horitaย่านฝั่งภูเขาที่เงียบสงบ ยังมีกลิ่นอายการบำบัดพักฟื้นมักเป็นประเภท simple spring และ saline-containing spring
Myobanพื้นที่สูง มีกลิ่นกำมะถันและมีชื่อเสียงเรื่อง yunoha-goya กับน้ำขาวขุ่นมักเป็น sulfur spring และ acidic spring
Kannawaย่านที่มีภาพไอน้ำเด่นชัด ศูนย์กลางของ jigoku mushi และวัฒนธรรมการนึ่งหลากหลาย เช่น chloride spring และ iron-containing spring
Shibasekiย่านเงียบสงบรายล้อมด้วยธรรมชาติ มีโรงอาบน้ำชุมชนอย่าง Shibaseki Onsenมักเป็นประเภท iron-containing spring และ chloride spring
Kamegawaโซนด้านเหนือริมทะเล มีโรงอาบน้ำท้องถิ่นกระจายอยู่มักเป็นประเภท chloride spring และ simple spring

เสน่ห์อีกอย่างของเบปปุคือความหลากหลายของชนิดน้ำพุร้อน ภายในเมืองเดียวกันคุณสามารถเจอน้ำใสไร้สีที่อ่อนโยน ไปจนถึงน้ำขาวขุ่นที่มีกลิ่นกำมะถันได้ หากต้องการทำความเข้าใจความต่างของสี กลิ่น และคุณสมบัติของน้ำพุร้อนก่อนเลือกย่าน แนะนำให้อ่าน Onsen Spring Types for Beginners ก่อน และเวลาจะระบุชนิดที่แน่ชัดที่สุดให้ดูจากเอกสารวิเคราะห์ออนเซ็นที่ติดไว้ในห้องเปลี่ยนเสื้อหรือในโรงอาบน้ำ

jigoku meguri คืออะไร

ภาพจำของการท่องเที่ยวเบปปุคือ jigoku meguri ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นการแช่น้ำ แต่จริง ๆ แล้วเป็นการชมแหล่งน้ำพุร้อนที่พ่นขึ้นมาด้วยอุณหภูมิสูง รวมถึงบ่อน้ำ สีของน้ำ และไอร้อนที่แตกต่างกัน คำว่า “jigoku” มาจากภาพของไอน้ำเดือดหรือบ่อน้ำร้อนที่ดูราวกับนรก จึงกลายเป็นจุดขายด้านทัศนียภาพของเบปปุ โดยสถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในโซน Kannawa และ Shibaseki และมักเที่ยวด้วยบัตรร่วม

สถานที่เด่นมีทั้ง Umi Jigoku ที่มีน้ำสีน้ำเงินโคบอลต์, Chinoike Jigoku ที่มีสีแดงเข้ม, Tatsumaki Jigoku ซึ่งพ่นน้ำเป็นจังหวะเหมือนน้ำพุร้อนกะทันหัน และ Kamado Jigoku ที่สามารถชมบ่อน้ำร้อนและไอร้อนหลายแบบได้ในที่เดียว Chinoike Jigoku มักถูกแนะนำว่าเป็นหนึ่งใน jigoku ธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และ Tatsumaki Jigoku ก็มีการกล่าวว่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นจุดชมวิวสำคัญของประเทศ แต่รายละเอียดเขตพื้นที่และสถานะปัจจุบันควรตรวจสอบจากข้อมูลทางการ ด้านล่างคือสรุปแบบย่อของ jigoku หลัก ๆ โปรดใช้เป็นภาพคร่าว ๆ เพราะความประทับใจอาจต่างกันตามฤดูกาลและสภาพอากาศ

jigoku (ตัวอย่าง)จุดเด่นหมายเหตุ
Umi Jigokuบ่อน้ำสีฟ้าโคบอลต์สดใส เป็นตัวแทนของ jigoku meguriสีเกิดจากองค์ประกอบของน้ำ ไม่ใช่สถานที่แช่
Chinoike Jigokuบ่อน้ำสีแดงน้ำตาล เด่นเรื่องสีที่เหมือนเลือดมักกล่าวว่าเป็น jigoku ธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น (ควรตรวจสอบสถานะ)
Tatsumaki Jigokuน้ำพุร้อนที่พ่นขึ้นเป็นช่วง ๆมักกล่าวว่าเป็นจุดชมวิวสำคัญของประเทศ (ควรตรวจสอบ) รอบการพ่นอาจเปลี่ยนแปลง
Kamado Jigokuชมบ่อน้ำร้อนและไอร้อนได้หลายแบบในที่เดียวมักมีจุดทดลองสัมผัสไอน้ำ

การเที่ยว jigoku meguri ต้องเดินค่อนข้างมาก และใช้พลังงานมากกว่าการแช่ออนเซ็น จึงไม่จำเป็นต้องวางไว้ก่อนหรือหลังแช่น้ำเสมอไป แต่ไม่ควรยัดการเดินชมและการแช่ในวันเดียวมากเกินจนเหนื่อยเกินไป ทั้งค่าเข้าชม เวลาเปิดทำการ บัตรร่วม และสภาพปัจจุบันของแต่ละสถานที่อาจเปลี่ยนได้ จึงควรเช็กข้อมูลทางการของ Beppu Jigoku Meguri และสมาคมการท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง

Kannawa, Myoban, ใจกลางเมือง — ความต่างของวัฒนธรรมไอน้ำและชนิดน้ำพุร้อน

ในบรรดา Beppu Hattou สามย่านที่ควรจำให้ได้ตั้งแต่ครั้งแรกคือ Kannawa, Myoban และย่านใจกลางเมืองเบปปุ เพราะทั้งสามมีบุคลิกชัดเจนและช่วยให้สัมผัสความกว้างของเบปปุได้ง่าย

Kannawa เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพไอน้ำพวยพุ่งจากหุบเขาทั้งพื้นที่ และภาพนี้ถูกจัดเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่สำคัญ สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของ Kannawa คืออาหารแบบ jigoku mushi ซึ่งใช้ไอน้ำจากออนเซ็นนึ่งวัตถุดิบ เช่น ผักและอาหารทะเล ในสถานที่นึ่งเฉพาะ คุณสามารถลองประสบการณ์ใช้ออนเซ็นในรูปแบบที่ไม่ใช่การแช่น้ำได้ อีกทั้งยังมี mushiyu ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการอาบน้ำแบบดั้งเดิมของ Kannawa โดยใช้ไอน้ำออนเซ็นทำให้ร่างกายอุ่นจากใต้พื้น การเข้า mushiyu นั้นต่างจากการลงแช่ในอ่างน้ำร้อนปกติ จึงควรศึกษาวิธีใช้และข้อควรระวังก่อน โดยรายละเอียดมีอธิบายไว้ใน Steam Bath Mushiyu

Myoban ตั้งอยู่บนที่สูงทางฝั่งภูเขาและมักมีกลิ่นกำมะถันลอยอยู่ทั่วบริเวณ ที่นี่มีชื่อเสียงด้าน yunoha-goya กระท่อมหลังคาฟางที่ใช้สกัด yunoha จากส่วนประกอบของน้ำพุร้อนแบบดั้งเดิม และยังเป็นพื้นที่ที่มีสถานที่ให้แช่น้ำขาวขุ่นแบบ sulfur spring หลายแห่ง หากเข้าใจลักษณะเฉพาะของกลิ่นกำมะถัน น้ำขาวขุ่น และการทำให้เครื่องเงินเปลี่ยนสี จะยิ่งเที่ยวได้สนุกขึ้น ส่วนรายละเอียดของสี กลิ่น และข้อควรระวังของ sulfur spring ดูได้ใน Sulfur Onsen

ส่วนย่านใจกลางเมืองเบปปุใกล้สถานี เป็นฐานการเดินทางที่สะดวกที่สุด มีทั้งโรงอาบน้ำสาธารณะอย่าง Takegawara Onsen ที่ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมไม้เก่าและ sand bath ทำให้จัดโปรแกรมเดินเมืองควบคู่กับการแช่ออนเซ็นได้ง่าย จากตรงนี้ไป Kannawa หรือ Myoban โดยรถบัสก็เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป ดังนั้นการพักในตัวเมืองแล้วค่อยออกไปยังแต่ละย่านในตอนกลางวันจึงเป็นแผนที่สมเหตุสมผล

ควรพักค้างคืนหรือเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับดี

เบปปุเป็นเมืองออนเซ็นที่ไปเช้าเย็นกลับได้ แต่เพราะสถานที่กระจายตัวค่อนข้างกว้าง หากอยากเก็บทั้ง jigoku meguri, การแช่หลายย่าน และ jigoku mushi ค้างอย่างน้อยหนึ่งคืนจะสบายกว่า สำหรับทริปวันเดียว ควรเลือกธีมให้ชัด เช่น jigoku meguri กับประสบการณ์นึ่งที่ Kannawa หรือ sulfur spring ที่ Myoban จะทำให้เที่ยวได้เต็มกว่า นอกจากนี้ ยังมีโรงอาบน้ำสาธารณะจำนวนมาก จึงเป็นจุดแข็งของเบปปุที่สามารถแช่ออนเซ็นได้แม้ไม่ได้พักในโรงแรม

ถ้าค้างคืน ทำเลที่พักจะเปลี่ยนประสบการณ์การเที่ยวอย่างมาก หากอยากได้วิว ให้เลือก Kankaiji ถ้าอยากซึมซับวัฒนธรรมการนึ่ง ให้เลือก Kannawa ถ้าเน้นเดินเมืองและความสะดวกในการเดินทาง ให้เลือกย่านใจกลางเมือง การมาเบปปุครั้งแรกและตั้งใจให้เป็นไฮไลต์ของทริป อาจแบ่งวันแรกไว้สำหรับ jigoku meguri กับ Kannawa และวันที่สองสำหรับโรงอาบน้ำสาธารณะในเมืองหรือ Myoban จะช่วยลดการเดินทางและทำให้เห็นความแตกต่างของแต่ละย่านได้ชัดเจน

การเดินทางและวิธีเที่ยวรอบเมือง

จุดเริ่มต้นของการเดินทางสาธารณะไปเบปปุคือ JR Beppu Station บนสาย JR Nippo Main Line ซึ่งพาดผ่านคิวชู สามารถเดินทางจากฝั่ง Fukuoka (Hakata) หรือ Oita ด้วยรถด่วนได้ จึงถือว่าเข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับเมืองออนเซ็นอื่นในคิวชู สำหรับการเดินทางทางอากาศ สนามบิน Oita เป็นประตูหลัก และโดยทั่วไปจะมีรถบัสรับส่งสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองเบปปุ แต่เวลาเดินรถและระยะทางจริงขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสถานะการให้บริการ จึงควรตรวจสอบจากข้อมูลทางการของรถไฟและรถบัสก่อนวางแผน

การเดินทางในเมืองเบปปุโดยทั่วไปเริ่มจากใช้ Beppu Station เป็นศูนย์กลางแล้วต่อรถบัสไปยังจุดต่าง ๆ เส้นทางรถบัสจากสถานีสามารถไปถึง Kannawa, Myoban และโซน jigoku meguri ได้ แม้ไม่มีรถยนต์ก็ยังเที่ยวจุดสำคัญได้ค่อนข้างครบ แต่เพราะตัวเมืองกว้างและแต่ละย่านใช้เวลาเดินทางพอสมควร ถ้าวางแผนหลายจุดในวันเดียวจะกลายเป็นทริปที่เร่งมาก การมีรถเช่าจะช่วยให้ไป Myoban บนที่สูงหรือโซน Shibaseki ได้คล่องขึ้น แต่สำหรับ jigoku meguri และโรงอาบน้ำสาธารณะในเมือง รถบัสก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นควรเลือกย่านที่จะไปประมาณสองย่านและจัดทั้งอาบน้ำ ชมวิว และอาหารในบริเวณนั้น จะทำให้สัมผัสความเป็นเบปปุได้สบายกว่า

ข้อควรระวังในการแช่และการเที่ยวชม

เพราะเบปปุมีกลิ่นอายของออนเซ็นหลากหลายชนิด จึงต้องระวังว่าคุณสมบัติของน้ำแต่ละย่านไม่เหมือนกัน น้ำที่มีกำมะถันเข้มอย่าง Myoban อาจมีกลิ่นและความระคายเคืองมากสำหรับบางคน และอาจทำให้เครื่องเงินเปลี่ยนสีได้ จึงควรถอดเครื่องประดับเงินออกก่อนลงแช่ ส่วนการแช่แบบ mushiyu หรือ sand bath ใน Kannawa ใช้ความร้อนและแรงกดต่อร่างกายต่างจากการแช่อ่างปกติ จึงไม่ควรอยู่ต่อเนื่องนานเกินไปและควรปรับตามสภาพร่างกาย

ในการชม jigoku meguri ต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดและปฏิบัติตามรั้วหรือป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นพื้นที่ที่มีไอน้ำและความร้อนจากภูเขาไฟ พื้นบริเวณรอบ ๆ อาจลื่นเพราะความชื้นและไอน้ำ จึงควรใส่รองเท้าที่เดินสะดวกและเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวง่าย เมืองเบปปุมีจุดให้เที่ยวจำนวนมาก จึงมักเผลอจัดตารางแน่นเกินไป แต่ถ้ายัดการแช่ การชม และการกินไว้ในวันเดียวมากเกินไป เวลาพักผ่อนจริงในออนเซ็นจะลดลง ข้อกำหนดเรื่องการเข้า jigoku สถานะของโรงอาบน้ำสาธารณะ และเวลาเปิดทำการของแต่ละแห่งอาจเปลี่ยนไป จึงควรตรวจสอบข้อมูลทางการในวันเดินทางจริง

คำถามที่พบบ่อย

Beppu Hattou คืออะไร

คือชื่อรวมของแปดย่านออนเซ็นหลักในเมืองเบปปุ ได้แก่ Hamawaki, Beppu, Kankaiji, Horita, Myoban, Kannawa, Shibaseki และ Kamegawa แต่ละย่านมีบรรยากาศและแนวโน้มชนิดน้ำพุร้อนต่างกัน และเป็นแนวคิดสำคัญในการมองเบปปุในฐานะ “เมืองออนเซ็น” ไม่ใช่บ่อน้ำพุร้อนเดียว สำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก การเริ่มจาก Kannawa, Myoban และย่านใจกลางเมืองจะจัดทริปได้ง่ายกว่า

jigoku meguri สามารถลงแช่ได้ไหม

ไม่ได้ jigoku meguri เป็นการท่องเที่ยวเพื่อชมแหล่งน้ำพุร้อนที่พ่นออกมาด้วยอุณหภูมิสูง รวมถึงบ่อน้ำและไอร้อนที่มีสีต่างกัน ไม่ใช่สถานที่สำหรับลงแช่ คุณจะได้ชมสีฟ้าโคบอลต์ของ Umi Jigoku หรือสีแดงของ Chinoike Jigoku ที่เกิดจากความร้อนและองค์ประกอบของน้ำ ส่วนการแช่ออนเซ็นจริงจะทำที่เรียวกัง โรงอาบน้ำสาธารณะ หรือสถานที่แบบ day-use ใน Beppu Hattou โปรดตรวจสอบค่าเข้าชม เวลาเปิด และสภาพสถานที่จากข้อมูลทางการของ Beppu Jigoku Meguri และสมาคมการท่องเที่ยว

jigoku mushi คืออะไร

jigoku mushi คือวัฒนธรรมอาหารของเบปปุ โดยเฉพาะย่าน Kannawa ที่ใช้ออนเซ็นไอน้ำในการนึ่งผัก อาหารทะเล และวัตถุดิบอื่น ๆ มีสถานที่เฉพาะให้ลองประสบการณ์นี้ และเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสนุกกับออนเซ็นนอกเหนือจากการแช่น้ำ ในย่านเดียวกันยังมีวัฒนธรรมการอาบน้ำแบบ mushiyu ซึ่งใช้ไอน้ำออนเซ็นทำให้ร่างกายอุ่น รายละเอียดวิธีเข้าและข้อควรระวังของ mushiyu ดูได้ใน Steam Bath Mushiyu

เบปปุมีน้ำพุร้อนชนิดใด

เบปปุมีความโดดเด่นตรงที่มีน้ำพุร้อนหลายชนิดในเมืองเดียว จึงไม่สามารถสรุปเป็นชนิดเดียวได้ ย่านรอบตัวเมืองมักเป็น simple spring หรือ chloride spring ขณะที่ Myoban เด่นเรื่อง sulfur spring และ acidic spring ส่วนพื้นที่รอบ Shibaseki มักเกี่ยวข้องกับ iron-containing spring ชนิดน้ำจริงจะแตกต่างกันไปตามแหล่งน้ำและสถานที่ จึงควรดูเอกสารวิเคราะห์ออนเซ็นที่ติดไว้ก่อนลงแช่ หากต้องการภาพรวมของชนิดน้ำพุร้อนให้อ่าน Onsen Spring Types for Beginners และถ้าเน้นน้ำกำมะถันดู Sulfur Onsen

เบปปุกับ Yufuin ต่างกันอย่างไร

แม้อยู่ในจังหวัดโออิตะเหมือนกัน แต่บุคลิกต่างกันมาก เบปปุเป็นเมืองออนเซ็นขนาดใหญ่ที่มีทั้งแหล่งน้ำพุร้อนและปริมาณน้ำพุร้อนมหาศาล จุดเด่นคือ jigoku meguri และวัฒนธรรมการนึ่งที่คึกคัก ส่วน Yufuin Onsen มีบรรยากาศสงบ เหมาะกับการพักผ่อนช้า ๆ ในบรรยากาศรอบ ๆ ภูเขา Yufu ถ้าอยากสัมผัสออนเซ็นหลายรูปแบบและบรรยากาศมีชีวิตชีวาให้เลือกเบปปุ ถ้าเน้นความเงียบและคุณภาพการพักค้างให้เลือก Yufuin จะเข้าใจง่ายกว่า

สรุป

บ่อน้ำพุร้อนเบปปุคือเมืองออนเซ็นขนาดใหญ่ระดับประเทศในเมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ ซึ่งมักถูกจัดว่าเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นทั้งด้านจำนวนแหล่งน้ำพุร้อนและปริมาณน้ำพุร้อน แปดย่านของ Beppu Hattou ได้แก่ Hamawaki, Beppu, Kankaiji, Horita, Myoban, Kannawa, Shibaseki และ Kamegawa มีบรรยากาศและชนิดน้ำพุร้อนต่างกัน และภายในเมืองยังรวมวัฒนธรรมที่เกินกว่าการแช่น้ำ เช่น jigoku meguri การนึ่งอาหารด้วยไอน้ำร้อนแบบ jigoku mushi และ mushiyu ที่อุ่นร่างกายด้วยไอน้ำ

ถ้ามาเที่ยวครั้งแรก ควรมองเบปปุเป็น “เมืองออนเซ็น” แล้วเลือกย่านที่จะไปประมาณสองย่านจะเหมาะสมกว่า วันแรกอาจเป็น jigoku meguri กับ Kannawa และวันที่สองเป็นโรงอาบน้ำสาธารณะในเมืองหรือ Myoban เพื่อสัมผัสความต่างของเมืองได้เต็มที่ โปรดอ่านเพิ่มเติมใน Steam Bath Mushiyu, Sulfur Onsen, และ Onsen Spring Types for Beginners ก่อนวางแผนเส้นทางของตัวเอง หากต้องการบรรยากาศที่เงียบกว่า Yufuin Onsen ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ทั้งนี้ แหล่งน้ำพุร้อน ค่าเข้า การเปิดให้เข้าชม และสภาพสถานที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลทางการก่อนออกเดินทาง

แหล่งข้อมูล

  • สมาคมการท่องเที่ยวเมืองเบปปุ
  • เมืองเบปปุ
  • Beppu Jigoku Meguri
  • คู่มือวิธีวิเคราะห์ออนเซ็นของกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น (ปรับปรุงปี 2014)

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านออนเซ็นนี้

Beppu Onsen Tenkuyubou Seikaiso
เบ็ปปุออนเซ็น

Beppu Onsen Tenkuyubou Seikaiso

♨️น้ำพุร้อนธรรมชาติ
♨️น้ำพุร้อนไหลจากแหล่งธรรมชาติ
📍〒874-0920 จังหวัดโออิตะ เมืองเบปปุ คิตาฮามะ 3-14-3
เวลาทำการ🕐:15:00〜01:00, 05:00〜09:30
AMANE RESORT SEIKAI
เบ็ปปุออนเซ็น

AMANE RESORT SEIKAI

♨️น้ำพุร้อนธรรมชาติ
♨️น้ำพุร้อนไหลจากแหล่งธรรมชาติ
🔥มีซาวน่า
❄️มีอ่างน้ำเย็น
📍874-0023 จังหวัดโออิตะ เมืองเบปปุ Shonin-ga-hama-machi 6-24 Shiokaze no Yado Seikai
เวลาทำการ🕐:15:00〜00:00, 05:00〜10:00
Yusai no Yado Bokai
เบ็ปปุออนเซ็น

Yusai no Yado Bokai

♨️น้ำพุร้อนธรรมชาติ
♨️น้ำพุร้อนไหลจากแหล่งธรรมชาติ
🔥มีซาวน่า
❄️มีอ่างน้ำเย็น
📍〒874-0920 Oita Prefecture, Beppu City, Kitahama 3-chome 8-7
เวลาทำการ🕐:15:00〜01:00, 05:00〜09:30
กลับไปรายการบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • คู่มือยูดะออนเซ็น: ตำนานสุนัขจิ้งจอกขาว

    28/06/2569

  • คู่มือยูบาระออนเซ็น: ซานายุและออนเซ็นเด็ดโอคายามะ

    28/06/2569

  • คู่มือออนเซ็นคอนปิระ: เมืองน้ำพุร้อนหน้าคาบูโตะ

    28/06/2569