สำหรับคนที่อยากแวะออนเซ็นระหว่างเที่ยวซัปโปโรหรือก่อน-หลังใช้สนามบินชินชิโตเสะ จัดลิสต์เมืองน้ำพุร้อนใกล้ซัปโปโรตามจุดหมาย พร้อมเวลาเดินทางคร่าว ๆ และข้อควรระวังหน้าหนาว
วันที่เผยแพร่: 28/06/2569
สำหรับคนที่อยากแวะออนเซ็นระหว่างเที่ยวซัปโปโรหรือก่อน-หลังใช้สนามบินชินชิโตเสะ จัดลิสต์เมืองน้ำพุร้อนใกล้ซัปโปโรตามจุดหมาย พร้อมเวลาเดินทางคร่าว ๆ และข้อควรระวังหน้าหนาว
วันที่เผยแพร่: 28/06/2569
หากจะออกจากซัปโปโรไปแช่ออนเซ็น การเริ่มจากว่า “ต้องการอะไร” จะเลือกได้ง่ายกว่าการดูแค่ชื่อเมืองน้ำพุร้อน อยากได้บ่อน้ำร้อนที่ใกล้ซัปโปโรที่สุด อยากสัมผัสบรรยากาศออนเซ็นขึ้นชื่อ หรืออยากไปพร้อมวิวทะเลสาบกับหิมะ ระยะทางและเวลาเดินทางจะแตกต่างกันมาก
สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าเน้นใกล้ซัปโปโรให้เลือกโจซังเค, ถ้าอยากได้กลิ่นอายออนเซ็นดังให้ไปโนโบริเบ็ตสึ, ถ้าชอบทะเลสาบและวิวให้มุ่งไปโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ, ถ้าอยากแช่พร้อมสกีให้เลือกนิเซโกะ บทความนี้จะจัดเรียงเฉพาะการเดินทางจากซัปโปโรเท่านั้น ภาพรวมออนเซ็นทั่วฮอกไกโดดูได้ในคู่มือออนเซ็นฮอกไกโด หากต้องการท่องเที่ยวทั่วทั้งภูมิภาคก็ควรอ่านควบคู่กัน ทั้งนี้เวลาเดินทาง ค่าโดยสาร การเดินรถ การเปิดให้บริการของสถานที่ และสภาพการเดินรถในฤดูหนาวเป็นเพียงประมาณการ โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากบริษัทรถไฟ รถบัส และสมาคมการท่องเที่ยวของแต่ละออนเซ็นอีกครั้งเสมอ
เวลาจะจัดทริปออนเซ็นจากซัปโปโร จุดชี้ขาดคือจะลดเวลาการเดินทางเพื่อเน้นการแช่น้ำ หรือจะยอมเดินทางไกลขึ้นเพื่อเอาออนเซ็นชื่อดังและวิวสวย หากยังไม่กำหนดตรงนี้แล้วไปไล่หาตามชื่อสถานที่อย่างเดียว แผนเดินทางมักจะเสียสมดุลระหว่างเวลาย้ายที่กับเวลาพักผ่อน
ถ้าอยากแวะออนเซ็นสั้น ๆ ระหว่างเที่ยวซัปโปโร หรือก่อน-หลังมาถึงสนามบิน ให้เลือกโจซังเค ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ใกล้ตัวเมืองที่สุด เดินทางจากใจกลางเมืองโดยรถบัสราว 1 ชั่วโมงโดยประมาณ จึงจัดแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักหนึ่งคืนได้ง่าย แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศของออนเซ็นชื่อดังระดับฮอกไกโดจริงจัง การไปโนโบริเบ็ตสึแยกอีกวันจะคุ้มกว่า หากอยากได้วิวทะเลสาบและธรรมชาติให้ไปโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ ส่วนคนที่อยากเล่นสกีควบกับการแช่ออนเซ็น นิเซโกะคือคำตอบ เลือกสิ่งที่อยากได้ก่อน แล้วปลายทางจะค่อย ๆ ชัดขึ้นเอง
ถ้าจะใช้สนามบินชินชิโตเสะ การคิดล่วงหน้าว่าจะใส่ออนเซ็นไว้วันเดินทางเข้า-ออกตรงไหนก็ช่วยได้มาก แนวทางการจัดออนเซ็นตามสนามบินดูได้ในเมืองน้ำพุร้อนที่ไปง่ายจากสนามบินหลัก หากอยากแทรกออนเซ็นก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง
มาดูเมืองน้ำพุร้อนที่จัดจากซัปโปโรได้ง่าย พร้อมความต่างตามจุดหมายหลัก เวลาเดินทางและการเข้าถึงเป็นเพียงค่าโดยประมาณ และอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลหรือรอบรถ
โจซังเคออนเซ็นเป็นแหล่งออนเซ็นที่ขึ้นชื่อว่าใกล้ซัปโปโรที่สุด เป็นเมืองน้ำพุร้อนในหุบเขาเหนือแม่น้ำโทโยฮิระ และถูกเรียกว่าเป็นห้องรับแขกด้านหลังของซัปโปโร มีที่พักและสถานที่ที่รับแช่แบบไปเช้าเย็นกลับจำนวนมาก จุดเด่นคือจัดใส่ในทริปเที่ยวหรือก่อน-หลังสนามบินได้สะดวก ภาพรวมพื้นที่ดูละเอียดในคู่มือโจซังเคออนเซ็นฉบับสมบูรณ์
ถ้าต้องการบรรยากาศออนเซ็นชื่อดัง โนโบริเบ็ตสึออนเซ็นคือหนึ่งในตัวเลือกหลัก ที่นี่มีน้ำแร่หลายชนิดและมีทิวทัศน์เฉพาะถิ่นอย่างจิโกคุดานิที่มีไอน้ำพวยพุ่ง ทำให้รู้สึกถึงเอกลักษณ์ของเมืองน้ำพุร้อนอย่างชัดเจน จากซัปโปโรมักเดินทางไปทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วยรถด่วนหรือรถบัส และเพราะระยะทางค่อนข้างไกล จึงเหมาะกับการพักหนึ่งคืนมากกว่าการไปกลับในวันเดียว รายละเอียดรวมไว้ในคู่มือโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นฉบับสมบูรณ์
หากอยากได้ทั้งทะเลสาบและวิวสวย โทยะโกะออนเซ็นกับชิโคสึโกะออนเซ็นเป็นตัวเลือกที่เหมาะ โทยะโกะออนเซ็นมีที่พักเรียงอยู่ริมทะเลสาบ และสามารถเที่ยวควบกับภูมิทัศน์ภูเขาไฟอย่างอุสุซังและโชวะชินซังได้ ส่วนชิโคสึโกะออนเซ็นอยู่ค่อนข้างใกล้สนามบินชินชิโตเสะ มีจุดเด่นที่ทะเลสาบใสและบรรยากาศสงบล้อมด้วยป่า หากอยากแช่ออนเซ็นใกล้โอตารุให้เลือกอาซาริกาวะออนเซ็น ซึ่งเป็นเมืองน้ำพุร้อนบนภูเขาที่ไปควบกับการเที่ยวโอตารุได้ง่าย ส่วนคนที่อยากเล่นสกีหรือพักท่ามกลางหิมะพร้อมออนเซ็น นิเซโกะคือปลายทางสำคัญ มีบทบาทเป็นฐานของกีฬาฤดูหนาว และการแช่ออนเซ็นก่อนหรือหลังเล่นสกีก็เป็นวิถีที่นิยม
เพราะแต่ละที่มีลักษณะต่างกัน การเลือกตามจุดหมายอย่าง “ใกล้ซัปโปโร”, “ออนเซ็นชื่อดัง”, “ทะเลสาบและวิว”, “สกี” จึงมักได้ผลดีกว่าการเลือกตามชื่อสถานที่อย่างเดียว
ตารางด้านล่างสรุปเมืองน้ำพุร้อนหลักที่จัดทริปจากซัปโปโรได้ง่าย พร้อมเวลาเดินทางโดยประมาณ ความเหมาะกับการไปเช้าเย็นกลับหรือพักหนึ่งคืน และจุดเด่น เวลาเดินทางเป็นเพียงค่าอ้างอิง โดยอาจเปลี่ยนตามจุดออกเดินทาง ประเภทขบวนหรือรถบัส ช่วงเวลา และฤดูกาล โปรดตรวจสอบสถานะการให้บริการ ค่าโดยสาร และการเดินรถในฤดูหนาวจากข้อมูลทางการของแต่ละแห่ง
| เมืองน้ำพุร้อน | วิธีไปจากซัปโปโร (โดยประมาณ) | เหมาะกับไปเช้าเย็นกลับ / พักหนึ่งคืน | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| โจซังเคออนเซ็น | รถบัสจากตัวเมืองราว 1 ชั่วโมง | ได้ทั้งสองแบบ (ใกล้ซัปโปโร จัดง่าย) | ห้องรับแขกด้านหลังของซัปโปโร, เมืองน้ำพุร้อนในหุบเขา |
| โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น | รถด่วนหรือรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ประมาณ 2 ชั่วโมง) | เหมาะกับพักหนึ่งคืน (ค่อย ๆ ดื่มด่ำกับออนเซ็นชื่อดัง) | น้ำแร่หลากหลายชนิด, วิวหุบเขานรก |
| โทยะโกะออนเซ็น | รถไฟและรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง) | เหมาะกับพักหนึ่งคืน (พักริมทะเลสาบ) | ที่พักริมทะเลสาบ, วิวภูเขาไฟอย่างอุสุซัง |
| ชิโคสึโกะออนเซ็น | รถบัสเป็นต้นไป (ค่อนข้างใกล้สนามบินชินชิโตเสะ) | ได้ทั้งสองแบบ (แทรกก่อน-หลังสนามบินได้) | ทะเลสาบใสและป่าไม้, บรรยากาศเงียบสงบ |
| อาซาริกาวะออนเซ็น | ผ่านทางโอตารุ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) | ได้ทั้งสองแบบ (ไปควบกับเที่ยวโอตารุได้) | ออนเซ็นบนภูเขาใกล้โอตารุ |
| นิเซโกะ | รถไฟและรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ประมาณ 2–3 ชั่วโมง) | เหมาะกับพักหนึ่งคืน (ไปคู่สกี) | ฐานของกีฬาฤดูหนาว |
ตารางนี้เป็นภาพรวมตามแนวโน้มของแต่ละพื้นที่ แม้อยู่ในโซนเดียวกัน เงื่อนไขของที่พักและสถานที่ก็อาจต่างกันได้ จึงควรเลือกโดยอิงจากจุดหมายมากกว่าชื่อสถานที่ ถ้าจะเริ่มจากใกล้ซัปโปโรให้เลือกโจซังเค ถ้าต้องการออนเซ็นชื่อดังให้เลือกโนโบริเบ็ตสึ ถ้าอยากได้ทะเลสาบและวิวให้เลือกโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ ถ้าชอบสกีให้เลือกนิเซโกะ
เรื่องสำคัญเมื่อเที่ยวออนเซ็นในฮอกไกโดคือหิมะตกหนักและเวลาเดินทางในฤดูหนาว หากคำนวณเวลาแบบความเคยชินจากญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ อาจพลาดเพราะสภาพหิมะกระทบการเดินทางได้ง่าย
ในฤดูหนาว อาจเกิดความล่าช้าหรือการงดเดินรถของรถไฟและรถบัสจากหิมะและสภาพอากาศเลวร้าย โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องผ่านพื้นที่ภูเขาหรือด่านเขา ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่าปกติ และรอบรถเที่ยวสุดท้ายก็มีจำกัดตามช่วงเวลา ดังนั้นเวลาจะไปออนเซ็นหน้าหนาวควรเผื่อเวลาไว้มากขึ้น และเช็กทั้งการเดินทางกลับและรอบสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ไม่ควรจัดให้มีการย้ายสถานที่ตอนเย็นมากเกินไป เพราะมีความเสี่ยง
อีกเรื่องคือระยะทางระหว่างเมืองน้ำพุร้อนในฮอกไกโดมักไกลกว่าภาคหลักของญี่ปุ่น ถ้าพยายามเก็บหลายที่ในหนึ่งวัน อาจหมดเวลาไปกับการเดินทางจนเหลือเวลาแช่น้ำไม่มาก สำหรับทริปจากซัปโปโร การเลือกเพียงหนึ่งแห่งให้สอดคล้องกับจุดหมาย แล้วใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย มักทำให้พึงพอใจมากกว่า
ถ้าเดินทางจากซัปโปโรไปออนเซ็นโดยไม่ใช้รถยนต์ สิ่งสำคัญคือการมอง “ช่วงสุดท้ายของการเดินทาง” จากสถานีหรือสนามบินไปถึงที่พัก ฮอกไกโดมีหลายแห่งที่อยู่ไกลจากย่านเมือง จึงมักต้องต่อรถบัสหรือรถรับส่งจากสถานีรถไฟอีกทอด
แนวคิดทั่วไปของการใช้งานขนส่งสาธารณะ หรือวิธีวางแผนช่วงสุดท้ายจากสถานีไปยังที่พัก อธิบายไว้อย่างละเอียดในวิธีเลือกเมืองน้ำพุร้อนที่ไปได้โดยไม่ใช้รถ โจซังเคที่มีรถบัสจากซัปโปโรตรง ๆ จัดง่ายแม้ไม่มีรถ ส่วนโซนอย่างนิเซโกะหรือโทยะโกะที่ต้องต่อหลายต่อ ควรดูทั้งเวลาเดินรถและช่วงรอเปลี่ยนขบวนไปพร้อมกันด้วย นอกจากนี้การมีหรือไม่มีรถรับส่ง รวมถึงต้องจองล่วงหน้าหรือไม่ ยังต่างกันตามที่พัก จึงควรเช็กจากข้อมูลทางการของที่พักและสมาคมการท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง
โจซังเคออนเซ็นถือเป็นตัวแทนของออนเซ็นที่ใกล้ซัปโปโรที่สุด จากใจกลางเมืองเดินทางด้วยรถบัสราว 1 ชั่วโมงโดยประมาณ และมีที่พักหรือสถานที่ที่รับแช่แบบไปเช้าเย็นกลับจำนวนมาก จึงจัดใส่ในทริปเที่ยวหรือก่อน-หลังสนามบินได้ง่าย อย่างไรก็ตามเวลาเดินทางและการเดินรถอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลาและฤดูกาล โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากบริษัทรถบัสและสมาคมการท่องเที่ยวโจซังเคอีกครั้ง
เดินทางด้วยรถด่วนหรือรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงโดยประมาณ ทั้งนี้เวลาอาจเปลี่ยนตามรอบรถ ฤดูกาล และสภาพการเดินรถหน้าหนาว จึงควรเช็กข้อมูลล่าสุดจากบริษัทรถไฟ รถบัส และสมาคมการท่องเที่ยวโนโบริเบ็ตสึ หากระยะทางค่อนข้างไกล ควรไปแบบพักหนึ่งคืนจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศออนเซ็นชื่อดังอย่างสบายกว่า
ชิโคสึโกะออนเซ็นซึ่งค่อนข้างใกล้สนามบิน และโจซังเคอที่เชื่อมกับฝั่งซัปโปโรได้ง่ายเป็นตัวเลือกหลัก ถ้าจัดออนเซ็นไว้ในวันเดินทางเข้า-ออก จะช่วยให้แผนเที่ยวไม่แน่นจนเกินไป แนวทางการจัดทริปตามสนามบินดูได้ในเมืองน้ำพุร้อนที่ไปง่ายจากสนามบินหลัก
ต้องระวังความล่าช้าหรือการงดเดินรถจากหิมะและสภาพอากาศเลวร้าย โดยเฉพาะเส้นทางผ่านภูเขาหรือด่านเขาที่อาจใช้เวลามากกว่าปกติ และรอบรถเที่ยวสุดท้ายก็มักจำกัด ควรเผื่อเวลาไว้ให้มาก และตรวจสอบสถานะการเดินรถจากข้อมูลทางการของแต่ละระบบขนส่ง รวมทั้งเวลารถกลับด้วย การไปหนึ่งที่อย่างสบาย ๆ มักเหมาะสมกว่าการพยายามเก็บหลายแห่งในวันเดียว
ไปได้ โจซังเคเป็นตัวอย่างของเมืองน้ำพุร้อนที่นั่งรถบัสจากซัปโปโรได้สะดวกแม้ไม่มีรถ ส่วนโซนอย่างนิเซโกะหรือโทยะโกะที่ต้องต่อหลายต่อ ควรดูเวลาเดินรถและช่วงรอเปลี่ยนขบวนให้ดี แนวทางการเลือกเมืองน้ำพุร้อนที่ไปได้โดยไม่ใช้รถดูได้ในวิธีเลือกเมืองน้ำพุร้อนที่ไปได้โดยไม่ใช้รถ
ถ้าจะจัดออนเซ็นจากซัปโปโร การเริ่มจากจุดหมายก่อนชื่อสถานที่จะเลือกได้ง่ายกว่า ถ้าเน้นใกล้ซัปโปโรให้เลือกโจซังเค ถ้าชอบบรรยากาศออนเซ็นชื่อดังให้ไปโนโบริเบ็ตสึ ถ้าอยากได้ทะเลสาบและวิวให้เลือกโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ ถ้าอยากผสานกับการเที่ยวโอตารุให้เลือกอาซาริกาวะ ถ้าต้องการคู่กับสกีให้เลือกนิเซโกะ
ฮอกไกโดมีระยะทางระหว่างเมืองน้ำพุร้อนค่อนข้างไกล และในฤดูหนาวเวลาเดินทางมักคาดเดายากเพราะหิมะและสภาพอากาศ ควรเผื่อเวลา ตรวจสอบการเดินรถรอบสุดท้าย และเลือกเพียงหนึ่งแห่งที่สอดคล้องกับจุดหมายอย่างสบาย ๆ จะได้ทริปจากซัปโปโรที่ไม่ฝืนตัวเอง เวลาเดินทาง ค่าโดยสาร การเปิดให้บริการ และการเดินรถหน้าหนาวเป็นเพียงประมาณการ โปรดตรวจสอบข้อมูลทางการจากสมาคมการท่องเที่ยวของแต่ละออนเซ็นและผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทาง ภาพรวมออนเซ็นทั่วฮอกไกโดดูได้ในคู่มือออนเซ็นฮอกไกโด
หากจะออกจากซัปโปโรไปแช่ออนเซ็น การเริ่มจากว่า “ต้องการอะไร” จะเลือกได้ง่ายกว่าการดูแค่ชื่อเมืองน้ำพุร้อน อยากได้บ่อน้ำร้อนที่ใกล้ซัปโปโรที่สุด อยากสัมผัสบรรยากาศออนเซ็นขึ้นชื่อ หรืออยากไปพร้อมวิวทะเลสาบกับหิมะ ระยะทางและเวลาเดินทางจะแตกต่างกันมาก
สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าเน้นใกล้ซัปโปโรให้เลือกโจซังเค, ถ้าอยากได้กลิ่นอายออนเซ็นดังให้ไปโนโบริเบ็ตสึ, ถ้าชอบทะเลสาบและวิวให้มุ่งไปโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ, ถ้าอยากแช่พร้อมสกีให้เลือกนิเซโกะ บทความนี้จะจัดเรียงเฉพาะการเดินทางจากซัปโปโรเท่านั้น ภาพรวมออนเซ็นทั่วฮอกไกโดดูได้ในคู่มือออนเซ็นฮอกไกโด หากต้องการท่องเที่ยวทั่วทั้งภูมิภาคก็ควรอ่านควบคู่กัน ทั้งนี้เวลาเดินทาง ค่าโดยสาร การเดินรถ การเปิดให้บริการของสถานที่ และสภาพการเดินรถในฤดูหนาวเป็นเพียงประมาณการ โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากบริษัทรถไฟ รถบัส และสมาคมการท่องเที่ยวของแต่ละออนเซ็นอีกครั้งเสมอ
เวลาจะจัดทริปออนเซ็นจากซัปโปโร จุดชี้ขาดคือจะลดเวลาการเดินทางเพื่อเน้นการแช่น้ำ หรือจะยอมเดินทางไกลขึ้นเพื่อเอาออนเซ็นชื่อดังและวิวสวย หากยังไม่กำหนดตรงนี้แล้วไปไล่หาตามชื่อสถานที่อย่างเดียว แผนเดินทางมักจะเสียสมดุลระหว่างเวลาย้ายที่กับเวลาพักผ่อน
ถ้าอยากแวะออนเซ็นสั้น ๆ ระหว่างเที่ยวซัปโปโร หรือก่อน-หลังมาถึงสนามบิน ให้เลือกโจซังเค ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ใกล้ตัวเมืองที่สุด เดินทางจากใจกลางเมืองโดยรถบัสราว 1 ชั่วโมงโดยประมาณ จึงจัดแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักหนึ่งคืนได้ง่าย แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศของออนเซ็นชื่อดังระดับฮอกไกโดจริงจัง การไปโนโบริเบ็ตสึแยกอีกวันจะคุ้มกว่า หากอยากได้วิวทะเลสาบและธรรมชาติให้ไปโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ ส่วนคนที่อยากเล่นสกีควบกับการแช่ออนเซ็น นิเซโกะคือคำตอบ เลือกสิ่งที่อยากได้ก่อน แล้วปลายทางจะค่อย ๆ ชัดขึ้นเอง
ถ้าจะใช้สนามบินชินชิโตเสะ การคิดล่วงหน้าว่าจะใส่ออนเซ็นไว้วันเดินทางเข้า-ออกตรงไหนก็ช่วยได้มาก แนวทางการจัดออนเซ็นตามสนามบินดูได้ในเมืองน้ำพุร้อนที่ไปง่ายจากสนามบินหลัก หากอยากแทรกออนเซ็นก่อนหรือหลังขึ้นเครื่อง
มาดูเมืองน้ำพุร้อนที่จัดจากซัปโปโรได้ง่าย พร้อมความต่างตามจุดหมายหลัก เวลาเดินทางและการเข้าถึงเป็นเพียงค่าโดยประมาณ และอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลหรือรอบรถ
โจซังเคออนเซ็นเป็นแหล่งออนเซ็นที่ขึ้นชื่อว่าใกล้ซัปโปโรที่สุด เป็นเมืองน้ำพุร้อนในหุบเขาเหนือแม่น้ำโทโยฮิระ และถูกเรียกว่าเป็นห้องรับแขกด้านหลังของซัปโปโร มีที่พักและสถานที่ที่รับแช่แบบไปเช้าเย็นกลับจำนวนมาก จุดเด่นคือจัดใส่ในทริปเที่ยวหรือก่อน-หลังสนามบินได้สะดวก ภาพรวมพื้นที่ดูละเอียดในคู่มือโจซังเคออนเซ็นฉบับสมบูรณ์
ถ้าต้องการบรรยากาศออนเซ็นชื่อดัง โนโบริเบ็ตสึออนเซ็นคือหนึ่งในตัวเลือกหลัก ที่นี่มีน้ำแร่หลายชนิดและมีทิวทัศน์เฉพาะถิ่นอย่างจิโกคุดานิที่มีไอน้ำพวยพุ่ง ทำให้รู้สึกถึงเอกลักษณ์ของเมืองน้ำพุร้อนอย่างชัดเจน จากซัปโปโรมักเดินทางไปทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วยรถด่วนหรือรถบัส และเพราะระยะทางค่อนข้างไกล จึงเหมาะกับการพักหนึ่งคืนมากกว่าการไปกลับในวันเดียว รายละเอียดรวมไว้ในคู่มือโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นฉบับสมบูรณ์
หากอยากได้ทั้งทะเลสาบและวิวสวย โทยะโกะออนเซ็นกับชิโคสึโกะออนเซ็นเป็นตัวเลือกที่เหมาะ โทยะโกะออนเซ็นมีที่พักเรียงอยู่ริมทะเลสาบ และสามารถเที่ยวควบกับภูมิทัศน์ภูเขาไฟอย่างอุสุซังและโชวะชินซังได้ ส่วนชิโคสึโกะออนเซ็นอยู่ค่อนข้างใกล้สนามบินชินชิโตเสะ มีจุดเด่นที่ทะเลสาบใสและบรรยากาศสงบล้อมด้วยป่า หากอยากแช่ออนเซ็นใกล้โอตารุให้เลือกอาซาริกาวะออนเซ็น ซึ่งเป็นเมืองน้ำพุร้อนบนภูเขาที่ไปควบกับการเที่ยวโอตารุได้ง่าย ส่วนคนที่อยากเล่นสกีหรือพักท่ามกลางหิมะพร้อมออนเซ็น นิเซโกะคือปลายทางสำคัญ มีบทบาทเป็นฐานของกีฬาฤดูหนาว และการแช่ออนเซ็นก่อนหรือหลังเล่นสกีก็เป็นวิถีที่นิยม
เพราะแต่ละที่มีลักษณะต่างกัน การเลือกตามจุดหมายอย่าง “ใกล้ซัปโปโร”, “ออนเซ็นชื่อดัง”, “ทะเลสาบและวิว”, “สกี” จึงมักได้ผลดีกว่าการเลือกตามชื่อสถานที่อย่างเดียว
ตารางด้านล่างสรุปเมืองน้ำพุร้อนหลักที่จัดทริปจากซัปโปโรได้ง่าย พร้อมเวลาเดินทางโดยประมาณ ความเหมาะกับการไปเช้าเย็นกลับหรือพักหนึ่งคืน และจุดเด่น เวลาเดินทางเป็นเพียงค่าอ้างอิง โดยอาจเปลี่ยนตามจุดออกเดินทาง ประเภทขบวนหรือรถบัส ช่วงเวลา และฤดูกาล โปรดตรวจสอบสถานะการให้บริการ ค่าโดยสาร และการเดินรถในฤดูหนาวจากข้อมูลทางการของแต่ละแห่ง
| เมืองน้ำพุร้อน | วิธีไปจากซัปโปโร (โดยประมาณ) | เหมาะกับไปเช้าเย็นกลับ / พักหนึ่งคืน | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| โจซังเคออนเซ็น | รถบัสจากตัวเมืองราว 1 ชั่วโมง | ได้ทั้งสองแบบ (ใกล้ซัปโปโร จัดง่าย) | ห้องรับแขกด้านหลังของซัปโปโร, เมืองน้ำพุร้อนในหุบเขา |
| โนโบริเบ็ตสึออนเซ็น | รถด่วนหรือรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ประมาณ 2 ชั่วโมง) | เหมาะกับพักหนึ่งคืน (ค่อย ๆ ดื่มด่ำกับออนเซ็นชื่อดัง) | น้ำแร่หลากหลายชนิด, วิวหุบเขานรก |
| โทยะโกะออนเซ็น | รถไฟและรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง) | เหมาะกับพักหนึ่งคืน (พักริมทะเลสาบ) | ที่พักริมทะเลสาบ, วิวภูเขาไฟอย่างอุสุซัง |
| ชิโคสึโกะออนเซ็น | รถบัสเป็นต้นไป (ค่อนข้างใกล้สนามบินชินชิโตเสะ) | ได้ทั้งสองแบบ (แทรกก่อน-หลังสนามบินได้) | ทะเลสาบใสและป่าไม้, บรรยากาศเงียบสงบ |
| อาซาริกาวะออนเซ็น | ผ่านทางโอตารุ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) | ได้ทั้งสองแบบ (ไปควบกับเที่ยวโอตารุได้) | ออนเซ็นบนภูเขาใกล้โอตารุ |
| นิเซโกะ | รถไฟและรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ (ประมาณ 2–3 ชั่วโมง) | เหมาะกับพักหนึ่งคืน (ไปคู่สกี) | ฐานของกีฬาฤดูหนาว |
ตารางนี้เป็นภาพรวมตามแนวโน้มของแต่ละพื้นที่ แม้อยู่ในโซนเดียวกัน เงื่อนไขของที่พักและสถานที่ก็อาจต่างกันได้ จึงควรเลือกโดยอิงจากจุดหมายมากกว่าชื่อสถานที่ ถ้าจะเริ่มจากใกล้ซัปโปโรให้เลือกโจซังเค ถ้าต้องการออนเซ็นชื่อดังให้เลือกโนโบริเบ็ตสึ ถ้าอยากได้ทะเลสาบและวิวให้เลือกโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ ถ้าชอบสกีให้เลือกนิเซโกะ
เรื่องสำคัญเมื่อเที่ยวออนเซ็นในฮอกไกโดคือหิมะตกหนักและเวลาเดินทางในฤดูหนาว หากคำนวณเวลาแบบความเคยชินจากญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ อาจพลาดเพราะสภาพหิมะกระทบการเดินทางได้ง่าย
ในฤดูหนาว อาจเกิดความล่าช้าหรือการงดเดินรถของรถไฟและรถบัสจากหิมะและสภาพอากาศเลวร้าย โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องผ่านพื้นที่ภูเขาหรือด่านเขา ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่าปกติ และรอบรถเที่ยวสุดท้ายก็มีจำกัดตามช่วงเวลา ดังนั้นเวลาจะไปออนเซ็นหน้าหนาวควรเผื่อเวลาไว้มากขึ้น และเช็กทั้งการเดินทางกลับและรอบสุดท้ายก่อนออกเดินทาง ไม่ควรจัดให้มีการย้ายสถานที่ตอนเย็นมากเกินไป เพราะมีความเสี่ยง
อีกเรื่องคือระยะทางระหว่างเมืองน้ำพุร้อนในฮอกไกโดมักไกลกว่าภาคหลักของญี่ปุ่น ถ้าพยายามเก็บหลายที่ในหนึ่งวัน อาจหมดเวลาไปกับการเดินทางจนเหลือเวลาแช่น้ำไม่มาก สำหรับทริปจากซัปโปโร การเลือกเพียงหนึ่งแห่งให้สอดคล้องกับจุดหมาย แล้วใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย มักทำให้พึงพอใจมากกว่า
ถ้าเดินทางจากซัปโปโรไปออนเซ็นโดยไม่ใช้รถยนต์ สิ่งสำคัญคือการมอง “ช่วงสุดท้ายของการเดินทาง” จากสถานีหรือสนามบินไปถึงที่พัก ฮอกไกโดมีหลายแห่งที่อยู่ไกลจากย่านเมือง จึงมักต้องต่อรถบัสหรือรถรับส่งจากสถานีรถไฟอีกทอด
แนวคิดทั่วไปของการใช้งานขนส่งสาธารณะ หรือวิธีวางแผนช่วงสุดท้ายจากสถานีไปยังที่พัก อธิบายไว้อย่างละเอียดในวิธีเลือกเมืองน้ำพุร้อนที่ไปได้โดยไม่ใช้รถ โจซังเคที่มีรถบัสจากซัปโปโรตรง ๆ จัดง่ายแม้ไม่มีรถ ส่วนโซนอย่างนิเซโกะหรือโทยะโกะที่ต้องต่อหลายต่อ ควรดูทั้งเวลาเดินรถและช่วงรอเปลี่ยนขบวนไปพร้อมกันด้วย นอกจากนี้การมีหรือไม่มีรถรับส่ง รวมถึงต้องจองล่วงหน้าหรือไม่ ยังต่างกันตามที่พัก จึงควรเช็กจากข้อมูลทางการของที่พักและสมาคมการท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง
โจซังเคออนเซ็นถือเป็นตัวแทนของออนเซ็นที่ใกล้ซัปโปโรที่สุด จากใจกลางเมืองเดินทางด้วยรถบัสราว 1 ชั่วโมงโดยประมาณ และมีที่พักหรือสถานที่ที่รับแช่แบบไปเช้าเย็นกลับจำนวนมาก จึงจัดใส่ในทริปเที่ยวหรือก่อน-หลังสนามบินได้ง่าย อย่างไรก็ตามเวลาเดินทางและการเดินรถอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลาและฤดูกาล โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากบริษัทรถบัสและสมาคมการท่องเที่ยวโจซังเคอีกครั้ง
เดินทางด้วยรถด่วนหรือรถบัสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงโดยประมาณ ทั้งนี้เวลาอาจเปลี่ยนตามรอบรถ ฤดูกาล และสภาพการเดินรถหน้าหนาว จึงควรเช็กข้อมูลล่าสุดจากบริษัทรถไฟ รถบัส และสมาคมการท่องเที่ยวโนโบริเบ็ตสึ หากระยะทางค่อนข้างไกล ควรไปแบบพักหนึ่งคืนจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศออนเซ็นชื่อดังอย่างสบายกว่า
ชิโคสึโกะออนเซ็นซึ่งค่อนข้างใกล้สนามบิน และโจซังเคอที่เชื่อมกับฝั่งซัปโปโรได้ง่ายเป็นตัวเลือกหลัก ถ้าจัดออนเซ็นไว้ในวันเดินทางเข้า-ออก จะช่วยให้แผนเที่ยวไม่แน่นจนเกินไป แนวทางการจัดทริปตามสนามบินดูได้ในเมืองน้ำพุร้อนที่ไปง่ายจากสนามบินหลัก
ต้องระวังความล่าช้าหรือการงดเดินรถจากหิมะและสภาพอากาศเลวร้าย โดยเฉพาะเส้นทางผ่านภูเขาหรือด่านเขาที่อาจใช้เวลามากกว่าปกติ และรอบรถเที่ยวสุดท้ายก็มักจำกัด ควรเผื่อเวลาไว้ให้มาก และตรวจสอบสถานะการเดินรถจากข้อมูลทางการของแต่ละระบบขนส่ง รวมทั้งเวลารถกลับด้วย การไปหนึ่งที่อย่างสบาย ๆ มักเหมาะสมกว่าการพยายามเก็บหลายแห่งในวันเดียว
ไปได้ โจซังเคเป็นตัวอย่างของเมืองน้ำพุร้อนที่นั่งรถบัสจากซัปโปโรได้สะดวกแม้ไม่มีรถ ส่วนโซนอย่างนิเซโกะหรือโทยะโกะที่ต้องต่อหลายต่อ ควรดูเวลาเดินรถและช่วงรอเปลี่ยนขบวนให้ดี แนวทางการเลือกเมืองน้ำพุร้อนที่ไปได้โดยไม่ใช้รถดูได้ในวิธีเลือกเมืองน้ำพุร้อนที่ไปได้โดยไม่ใช้รถ
ถ้าจะจัดออนเซ็นจากซัปโปโร การเริ่มจากจุดหมายก่อนชื่อสถานที่จะเลือกได้ง่ายกว่า ถ้าเน้นใกล้ซัปโปโรให้เลือกโจซังเค ถ้าชอบบรรยากาศออนเซ็นชื่อดังให้ไปโนโบริเบ็ตสึ ถ้าอยากได้ทะเลสาบและวิวให้เลือกโทยะโกะหรือชิโคสึโกะ ถ้าอยากผสานกับการเที่ยวโอตารุให้เลือกอาซาริกาวะ ถ้าต้องการคู่กับสกีให้เลือกนิเซโกะ
ฮอกไกโดมีระยะทางระหว่างเมืองน้ำพุร้อนค่อนข้างไกล และในฤดูหนาวเวลาเดินทางมักคาดเดายากเพราะหิมะและสภาพอากาศ ควรเผื่อเวลา ตรวจสอบการเดินรถรอบสุดท้าย และเลือกเพียงหนึ่งแห่งที่สอดคล้องกับจุดหมายอย่างสบาย ๆ จะได้ทริปจากซัปโปโรที่ไม่ฝืนตัวเอง เวลาเดินทาง ค่าโดยสาร การเปิดให้บริการ และการเดินรถหน้าหนาวเป็นเพียงประมาณการ โปรดตรวจสอบข้อมูลทางการจากสมาคมการท่องเที่ยวของแต่ละออนเซ็นและผู้ให้บริการขนส่งก่อนเดินทาง ภาพรวมออนเซ็นทั่วฮอกไกโดดูได้ในคู่มือออนเซ็นฮอกไกโด